Fic Prisoner P.1

posted on 22 May 2014 20:47 by tonystark
TitlePRISONER
 
Pairing: Hiddleworth
 
Author: MING
 
Rating: G
 
 
 
 
เพิ่งได้มีเวลามาต่อ ดองเสียยาวอย่าโกรธเก๊าเลยนะก๊ะหงิงๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
รถจอดเทียบท่าในขณะที่นักโทษชายเริ่มทยอยลงจากรถจนมาถึงคนสุดท้าย เส้นผมสีทองถูกรัดรวบขึ้นชายหนุ่มมองดูกุญแจมือที่ถูกสวมก่อนออกเดินทางแล้วถอนหายใจ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเพื่อนตัวดีเขาก็ไม่คิดจะมาเหยียบที่นี่ซักเท่าไหร่  คริส เงยหน้ามองรั้วเหล็กรอบตัวมันไม่ได้ต่างจากที่เขาจินตนาการไว้เสียเท่าไหร่
 
 
 
 
 
" เฮ้ย น้องใหม่ ไงที่รัก !! "
 
 
 
 
 
" ฉันจองพ่อหนุ่มผมยาวคนนั้นนะเว้ย ! "
 
 
 
 
 
 
 
เสียงดังเซ็งแซ่จากนักโทษที่อยู่หลังรั้วเหล็กพวกคนโง่ทั้งหลายที่ไม่ระวังตัวจนถูกจับโห่ร้องแซวดังไม่ขาดสาย รำคาญ นั่นคือสิ่งแรกที่ คริส คิด โวกเวก เสียงดัง มีแต่คำผุสวาทไม่ลื่นหู เพื่อนเขาทนอยู่เข้าไปได้ยังไงกัน 
 
 
 
 
 
 
ชายหนุ่มผมทองถูกดันเข้ามาในห้องขังเจ้าที่ทำการปลดกุญแจมือให้ เขาลูบข้อมือเบาๆไล่อาการชาและหันไปประจวบเหมาะกับประตูห้องขังที่ปิดเสียงดังกระแทกหน้าได้แต่จิ๊ปากขัดใจกับมารยาทของเจ้าหน้าที่แต่ก็ไม่ได้ติดใจมากนัก เขามองสำรวจออกไปนอกซี่กรงเหล็กเวรยามแน่นหนาคอยตรวจตราตลอดเวลา
 
 
 
 
 
 
 
 
...ช่างน่าประทับใจ...
 
 
 
 
 
 
 
ใบหน้าคมคายยกยิ้มผิวปากอย่างพอใจดูท่าพัสดีของที่นี่จะใส่ใจกับความปลอดภัยซะจริง คริสเงยหน้ามองนาฬิกาแขวนเรือนใหญ่ในห้องขังเวลาตอนนี้คือบ่ายสามโมงครึ่งเวลาทานอาหารเย็นคือบ่านสี่โมงครึ่งนั่นหมายความว่าตัวเขามีเวลานอนพักเล็กน้อยก่อนออกไปตามหาเพื่อน คิดจบก็เดินไปล้มตัวลงนอนโชคดีที่ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นเจ้าของห้องแคบๆนี้คนเดียว
 
 
 
 
 
 
 
 
อีกด้านหนึ่งในห้องพยาบาลคุณหมอเพลซกำลังฮัมเพลงเบาๆในลำคอหยิบนู่นจับนี่เก็บนั่นอย่างคุ้นเคยจนปวดคนป่วย(การเมือง)ทั้งหลายมองตาเชื่อมไปตามๆกันกับความสดใส ห้องพยาบาลเปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจมีกลิ่นหอมสะอาดและของสวยงามเจริญตานักโทษชายทั้งหลายลงความเห็นเช่นนั้น
 
 
 
 
 
 
 
" เอ้า อย่าเหม่อกันสิ "
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คุณหมอหนุ่มส่งเสียงเรียกนักโทษทั้งหลายที่เหม่ออย่างน่าสงสัยก่อนจะยกยิ้มหวานเจี๊ยบ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
" ไอ้พวกที่สำออย รีบ กลับห้องไปซะก่อนนะก่อนจะได้เจ็บตัวจริง"
 
 
 
 
 
 
 
พูดจบห้องพยาบาลที่แน่นขนัดเมื่อครู่ก็โล่งถนัดตาเหลือเพียงสองสามรายที่ป่วยและนอนพักผ่อน ลี ผ่อนลมหายใจขำๆ ก่อนเดินไปยังตู้ยาเจ้าปัญหาของทางเรือนจำ เขาเขย่งปลายเท้าส่งตัวให้สูงเพื่อหยิบขวดยาบนชั้น คุณหมอสบถสาปแช่งสถาปนิกที่ออกแบบห้องพยาบาลแห่งนี้ เขาที่ว่าสูงแล้ว ตู้ยานี่ยังสูงขึ้นไปอีกจนต้องเอื้อมสุดแขนจน คุณหมอเพลซนึกสงสัยว่าสถาปนิกที่ออกแบบห้องพยาบาลแห่งนี้จะแแกปบบตู้ให้อยู่สูงเอาเหรียญทองโอลิมปิกรึอย่างไรกัน
 
 
 
 
 
 
 
 
เขย่งเข้าไป ลี พยายามเท่าที่ส่วนสูงจะอำนวย
 
 
 
 
 
 
 
...อีกนิด...
 
 
 
 
 
 
 
 
บอกปลอบใจตัวเอง อีกแค่นิดเดียวก็จะถึงขวดยาเจ้าปัญหา นิ้วเรียวแตะเข้าที่ขวดยาพอกำลังจะหยิบกลับเกิดเงาสูงใหญ่ด้านหลัง มือใหญ่เอื้อมขึ้นหยิบขวดยามาส่งให้ ลี มองขวดยาในมือกระพริบตาปริบก่อนจะเปลี่ยนเป็นโมโหนิดๆและตวัดสายตาขึ้นมองแขกไม่ได้รับเชิญ หงุดหงิด!! เหมือนโดนตอกย้ำว่าตัวเองเตี้ยชอบกล...
 
 
 
 
 
 
 
 
" ขอบใจ!! "
 
 
 
 
 
 
 
คุณหมอกระแทกเสียงเรียกเสียงหัวเราะนุ่มๆในลำคอของนักโทษหนุ่ม
 
 
 
 
 
 
 
 
" ผมมีแผลช่วยทำแผลให้หน่อย " 
 
 
 
 
 
 
 
 
ริชาร์ดบอกเสียงนุ่มแต่ก็ออกแกมสั่งในที สั่ง...ดูเขา ดูเขาที่เดินอาดๆไปนั่งเอนหลังบนเตียงผู้ป่วย มันน่าหยิบถาดแถวนั้นมาฝาดไอ้หน้าหล่อๆนั่นนัก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
" เออ!! " 
 
 
 
 
 
 
 
 
กระแทกเสียงอย่างไม่สบอารมณ์อีกครั้งแล้วเดินปึงปังไปหยิบอุปกรณ์ทำแผล ริชาร์ด อาร์มิเทจ นักโทษชั้นดีที่อีกไม่นานก็พ้นโทษแต่ก็น่าแปลกใจเมื่อใกล้เวลาพ้นโทษทีไรชายหนุ่มผมสีเข้มมักเสนอหน้ามาหาด้วยใบหน้าฟกช้ำและแผลถลอกตามตัวกับผู้คุมเสมอและผู้คุมที่รายงานเขาว่าเจ้าตัวที่กลับไปเป็นนักโทษชั้นกลางอีกครั้งสร้างความแปลกใจให่เขาในสองสามปีที่ผ่านมา
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เขาหยิบถาดมาใส่ผ้าพันแผล ทิงเจอร์ แอลกอฮอล์ กรรไกรและยาแก้ปวดก่อนเดินกลับไปหาคนที่นอนสบายบนเตียง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
" ไปโดนอะไรมา ? "
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ลี เปิดประเด็นและไล่สายตาไปทั่วร่างกายสมส่วนก่อนเขาจะพบแผลซึ่งเป็นแผลที่โดนบาดเป็นรอยทางยาว เขาสั่งให้ริชาร์ดยกแขนขึ้นเพื่อให้เขาได้ถอดเสื้อนักโทษสีมอนั่นออก มือนุ่มบรรจงใช้สำรีชุบแอลกอฮอล์ซับรอยแผลเบาๆ เพื่อฆ่าเชื้อและปาดทิงเจอร์ลงไปให้เบามือที่สุด คุณหมอลีคนงามถือคติว่าทำยังไงก็ได้ให้คนไข้ใต้อาณัติเจ็บน้อยที่สุดปิดแผลและแปะด้วยแทบสำหรับผ้าพันแผลเป็นอันเสร็จ
 
 
 
 
 
 
 
 
ลี เพลซ อมยิ้มกับความเรียบร้อยของการทำแผลคุณหมออารมณ์ดีขึ้นนิดหน่อยหลังจากเรื่องที่เหมือนจะโดนตอกย้ำเรื่องส่วยสูง เขาเก็บอุปกรณ์ทำแปลทั้งหมดอันไหนทิ้งก็ทิ้งไปที่เหลือก็เก็บล้างทำความสะอาดใช้ในครั้งต่อไป แต่ด้วยความซุ่มซ่ามที่ทำให้กรรไกรตกลงไปพื้น บ่นเบาๆกับความซุ่มซ่ามของตัวเองจนต้องก้มเก็บจังหวะเหมาะกับอีกคนที่ก้มลงไปด้วยปลายจมูกโด่งเฉียดแก้มนุ่มไปจนคุณหมอผงะมือที่เก็บกรรไกรได้แล้วสัมผัสพอดิบพอดีกับนักโทษหนุ่ม ลี สะดุ้งสุดตัวก่อนถอยกรูดจนชนโต๊ะด้านหลังจนของล้มระเนระนาด เจ้าของห้องยิ่งตกใจก่อนก้มเก็บลนๆ สร้างความแปลกใจและน่าเอ็นดูไปในที
 
 
 
 
 
 
 
 
 
น่ารักเชียว ริชาร์ดคิดกับคนที่ลนๆแต่พอคิดจะเข้าไปอีกทีกับลื่นจนเสียหลักไปและตามสัญชาตญาณมันก็ทำให้เขาคว้าสิ่งของที่ใกล้มือที่สุดเอาไว้แต่ใครจะไปนึกเล่า... ว่าไอ้ที่คว้าได้น่ะมัน...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เสียงโครครามดังขึ้นในห้องพยาบาลและชายหนุ่มตัวสูงผมสีเข้มที่วิ่งออกจากห้องพยาบาลแทบไม่ทันตามด้วยเสียงนุ่มๆที่ตะโกนด่าไล่หลังและเสียงประตูห้องพยาบาลที่ปิดกระแทกเสียงดัง ริชาร์ดที่วิ่งมาไกลหอบตัวโยนซูดปากเบาๆเพราะรอยปริแตกที่มุมปากตัวผอมๆบางๆแบบนั้นใครจะนึกว่ามือหนักขนาดนี้ นี่แค่จับก้นอีกฝ่ายยังเกือบตายถ้าเห็นอีกฝ่ายทั้งตัวเขาไม่หายสาบสูญไปเลยหรือแต่คิดแล้วขำ ชายหนุ่มหัวเราะหึหึแต่มันน่าจะคุ้มปากแตกกับได้จับบั้นท้ายนุ่มๆก็คุ้มราคาดี คิดแล้วมองตัวเองที่เปลือยอกมัวแต่วิ่งหนีออกมาเสื้อก็ไม่ได้หยิบแต่เอาเถอะ...ก็ดีเหมือนกัน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
" สงสัยคงต้องได้เข้าไปขอเสื้อคืนอีกรอบ "
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
...TBC...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
_____________________________________________________________
 
 
 
 
 
 
 
อุฮิ ฮาโลก็มาเจอกับ คุณหมอก่อนตอนสองคงตามมาในไม่ช้าหากไม่ขี้เกียจมันยาวกวื่านี้แต่ขอแบ่งไปตอนอื่นแทน ถถถถถถถถ ก็หวังว่าคงจะเบิฟคุณหมอลีและนักโทษริชาร์ดกันน้า คิสๆ   รัก รีดเดอร์ทุกโคนนนนนน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Fic Prisoner

posted on 30 Apr 2014 23:57 by tonystark directory Fiction
Title: PRISONER
 
Pairing: Hiddleworth
 
Author: MING
 
Rating: G
 
 
Note : ฟิคชั่นเรื่องนี้มีเนื้อหาชายรักชายเพราะฉะนั้นไม่ชอบกดปิดนะจ๊ะ รักรีดเดอร์ฟุดๆ จุฟๆ มุฟๆ ฟฟฟฟฟฟฟฟ อนุญาติให้กรีดร้องได้ถ้าชอบเนื้อหา #โดนตรบ
 
 
 
 
 
Intro
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
" เฮ้ โทมัส "  ชายหนุ่มหันตามเสียงเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนถูกจัดทรงอย่างดีเพื่อไม่ให้ผมลงมาปรกหน้าเกะกะเวลาทำงานในมือถือกระดานเอกสารก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะและหันไปหาต้นเสียง
 
 
 
 
 
 
 
" สวัสดีครับ ลี มีอะไรให้ช่วยหรือครับ "  โทมัส วิลเลี่ยม ฮิดเดิลสตัน นั่นคือชื่อของเขาแต่ส่วนตัวชายหนุ่มมักนิยมให้เพื่อนๆเรียกว่าทอมเสียมากกว่า
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
" เอกสารเกี่ยวกับคนที่จะมาถึง น่ะคุณรองพัสดี "  ลี เพลซ ชายหนุ่มหน้าคมติดหวานโบกแฟ้มเอกสารในมือไปมาก่อนจะส่งแฟ้มไปให้คุณรองพัศดีฮิดเดิลสตัน
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
" ขอบคุณครับว่าแต่ คุณหมอมีอะไรหรือถึงมาหาผมด้วยตัวเอง " ทอม รับเอกสารมาเปิดอ่านคร่าวๆ และมองคุณหมอเพลซที่ใช้โต๊ะทำงานของเขาต่างเก้าอี้ไปเสียแล้ว
 
 
 
 
 
 
 
 
" ยาแก้ปวด ผ้าพันแผลหมดน่ะเลยมาทำเรื่องขอเบิก "  รองพัสดีหนุ่มพยักหน้ารักก่อนเปลี่ยนมาให้ความสนใจแฟ้มเอกสารอีกครั้ง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
" มาเฟีย ? "
 
 
 
 
 
 
 
เสียงนุ่มบอกขณะเปิดแฟ้มออกนิ้วเรียวไล้ไปตามสันกระดาษช้าๆ ประวัติข้อหาทุกๆ อย่างถูกรวมอยู่บนหน้ากระดาษ ทอม ไล่สาวตาอ่านเรื่อยๆก่อนจะไปสะดุดกับรูป รูปหนึ่งที่แนบมาไม่น้อยและด้วยความไม่ระวังรองพัศดีหนุ่มจึงเกิดทำรูปตกพื้น เขาก้มลงไปเก็บรูปขึ้นมาพิจารณาบุคคลในภาพอย่างละเอียด ดวงตาคมกริบสีฟ้า ดส้นผมสีทองระบ่า และใบหน้าเกลี้ยงเกลา ไม่อยากจะยอมรับแต่คนในรูปนั้นดูดีมากจริงๆ
 
 
 
 
 
 
 
" หน้าตาดีมากเลยใช่ไหม" ลียื่นหน้าเข้ามาดูรูปในมือของ ทอม ก่อนจะถามเพราะรองพัสดีหนุ่มดูจะดูจ้องรูปภาพนานเกินไป
 
 
 
 
 
 
 
 
" ครับดูดีมากๆ เหมือนนายแบบเชียวล่ะ " ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลพยักหน้ารับก่อนสอดรูปเข้าไปในแฟ้มตามเดิมและวางมันกลับลงไปบนโต๊ะทำงาน หน้าแฟ้มถูกประทับตราสีแดงสดแสดงถึงความรุนแรงของความผิดที่ก่อและความอันตรายของนักโทษ ดูท่าคงต้องจับตาดูเป็นพิเศษ ทอมนึกในใจ
 
 
 
 
 
 
 
" สมัยนี้ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าพวกหน้าตาหล่อๆถึงไปขยันทำอะไรไม่ดีนัก " คุณหมอบ่นก่อนถอนหายใจ
 
 
 
 
 
 
 
" หน้าตาหล่อๆแบบนี้หายากจะตายทำไมไม่เป็นนายแบบกันนะ ใช่ไหม ทอม "
 
 
 
 
 
 
 
 เขาหัวเราะเบาๆกับ ลี ที่บ่นไปมาก่อนส่ายหัว แต่ก็...นะ หน้าตาดีๆแบบนั้นทำไมไม่ไปทำงานด้านอื่นกัน นายแบบ นักแสดง ค่าตัวคงดีน่าดูได้แต่คิดก่อนจะเอ่ยอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ที่เคาะประตูห้องเข้ามา
 
 
 
 
 
 
 
" ท่านครับรถขนย้าบนักโทษมาถึงเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ "
 
 
 
 
 
 
 
 
รองพัสดีฮิดเดิลสตัน พยักหน้ารับก่อนจะหยิบปืนพกมาใส่ปลอกเก็บปืนข้างเอวตามด้วยมีดสั้นและกระบองก่อนเขาจะสวมเสื้อคลุมสีเข้มของทางเรือนจำ ตรวจเช็คสภาพความพร้อมของตนเองการเป็นผู้คุมไม่ใช่เรื่อง่ายและการเป็นรองพัสดีนั้นยากยิ่งกว่าเพราะคุณต้องคุมทั้งนักโทษและผู้ใต้บังคับบัญชาให้อยู่ใต้โอวาทของคุณ และคุณอาจจะอยากเป็นลมไปเผื่อคุณรู้ว่าตัวเองต้องคุมอาชญากรถึงห้าร้อยกว่าคนให้อยู่ในโอวาท
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
" ผมกำลังไป " ทอม บอกก่อนจะหยิบแฟ้มบนโต๊ะขึ้นมาเปิดอีกครั้ง
 
 
 
 
 
 
" ทำไมคุณถูกส่งมาที่นี่กันนะ หวังว่าเราคงจะได้รู้กันในเร็วๆนี้" เขาวางแฟ้มลงอีกครั้งและมองไปทางคุณหมอหนุ่มที่ยืนพิงประตูอยู่
 
 
 
 
 
 
 
" อย่าทำตัวเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีน่าคุณรองพัสดี ผมเชื่อว่าคุณคงไม่อยากพลาดปาร์ตี้นี้ใช่ไหม"
 
 
 
 
 
 
 
หยอกเย้าๆก่อนจะรอให้เพื่อนมายืนข้างๆ ส่วนตัวแล้ว ลีเองก็อยากจะไปดูนักโทษหน้าใหม่ไม่น้อยเพราะเขาได้ประเมิณด้วยว่าจะมีเรื่องกันแค่ไหนเขาได้ทำเรื่องของหยูกยาแต่เนิ่นๆ
 
 
 
 
 
 
" ผมรู้แล้ว ลี  " ทอมรับคำเขาๆก่อนกระชับเสื้อและออกเดินโดยมี ลี เดินตาม เอาล่ะเราคงจะได้รู้จักกันเสียที
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คริส  เฮมส์เวิรธ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

Fic : MASK

posted on 09 Apr 2014 13:08 by tonystark

Fic : MASK

PART : TONY X STEVE , THOR X LOKI

_____________________________________________________________________

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ นี่น่ะหรือ ” เทพมุสาถามอย่างนึกสงสัยกับเสื้อแขนยาวตัวบางที่วิศวกรหนุ่มส่งให้เขามันช่างเรียบง่ายต่างจากเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ เขาเรียกกันว่าเชิ้ตและนี่ ” โทนี่บอกในขณะที่ลองหยิบเสื้อกั๊กสีเทาและสูทเข้าชุดรวมถึงถุงมือสีขาวส่งให้โลกิ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ มันคือเสื้อกั๊กสูทและถุงมือ ทำไมนายก็เคยใส่นี่  ” โทนี่เอ่ยเสียงสูงติดตลกดวงตาสีน้ำตาลพราวระยับเหมือนช่วยเขาระลึกถึงอดีตครั้นที่เทพมุสาลงมาสร้างความปั่นป่วนยังโลก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ แล้วเอามาให้ข้าทำไม สตาร์ค ”  เสียงนุ่มเอ่ยอย่างนึกสงสัย โลกิ เรียกรู้หลายสิ่งจากโทนี่ ตั้งแต่บทเรียนที่มิดการ์เดียนเรียนรู้มารยาทและการเข้าสังคม รวมถึงการแต่งตัวแต่กระนั้นเทพมุสายังนิยมชมชอบที่จะแต่งกายเยี่ยงแอสการ์เดียนอยู่ดี (โทนี่เคยนิยามเอาไว้ว่ามันช่างแลดูร้อนบรรลัยกลับการแต่งองค์ทรงเครื่องครบชุดของ โลกิ )

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ ปาร์ตี้ อือ งานเลี้ยงการสังสรรค์ สวมซะ” เทพมุสาถึงขมวดคิ้วมุ่นกับคำพูดของบุรุษเหล็กน่าแปลกใจนั่นคือสิ่งที่อยู่ในหัวของโลกิ ตัวของเขานึกว่าโทนี่จะเรียนรู้กับนิสัยพื้นฐานที่ไม่ค่อยชอบเข้าสังคมของตน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ ข้าไม่อยากจะร่วมสังสรรค์เสียเท่าไหร่ สตาร์ค ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ ไม่เอาน่า โลกิมาเถอะ ” โทนี่ครางเสียงอ่อนก่อนตรงเข้าไปปลดเสื้อหน้าตาประหลาดของโลกิออก ( โลกิบอกว่ามันคือเสื้อผ้า ใช่แลดูร้อนและอึดอัด ) นิ้วเรียวของเทพหนุ่มขยับมาเชยคางเขาขึ้นมรกตคู่สวยพราวระยับ โลกิมีเสน่ห์และเรื่องนั้นเขารู้ดีเสน่ห์ดึงดูดทำให้ยอมศิโรราบและเทพมุสารู้จักที่จะใช้ข้อดีตรงข้อนั้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ จะพาข้าไปอวดโฉมในฐานะ สัตว์เลี้ยงของเจ้าหรือมิการ์เดียน ถึงต้องจัดการแต่งองค์ทรงเครื่องข้า ” วิศวกรหนุ่มพรูลมหายใจอย่างขบขันน้ำเสียงนุ่มๆที่แฝงไว้ด้วยการเหน็บแนมให้แสบๆคันๆ เล่น ดวงตาสีน้ำตาลคลอไปด้วยความซุกซนก่อน โทนี่จะตบบั้นท้ายของเทพมุสาเบาๆจนเสียงนุ่มอุทาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ คิดแบบนั้นก็ได้ ” ยักไหล่อย่างขบขันก่อนจะจัดการแต่งตัวให้ โลกิเจ้าตัวดูจะไม่ค่อยคุ้นชินแต่กลับดูสนใจไปด้วยในคราวเดียวสูทสีขาวพอดีตัวกั๊กสีเทาถุงมือเข้าคู่สีเดียวกันตบท้ายด้วยไม้เท้าสีขาว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ เพอร์เฟ็กต์ เอาล่ะตาฉันบ้าง ” โลกิมองโทนี่ที่เอ่ยอย่างอารมณ์ดีและหมุนตัวหน้ากระจกมันดูแปลกแต่ไม่แย่เทพหนุ่มเดินไปนั่งบนโซฟาและยกแก้วเหล้าที่ถูกรินไว้ขึ้นจิบรสเฝื่อนขมร้อนแรงของเหล้าดีกรีสูงไหลลงคอ มือใต้ถุงมือหนังหมุนแก้วและพิจารณามองของเหลวสีอัมพันธ์ที่ไหลเกลือกกลิ้งภายใน  มันไหลเอื่อยและเร็วขึ้นในบางครั้ง คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อนึกไพล่ไปถึงใครบางคนเส้นผมสีอ่อนที่มักพลิ้วตามลมหน้าตาน่าเกรงขามแต่หารู้ไม่ว่านิสัยแท้จริงนั้นแสนซื่อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ หืม ซื่อจนบื้อ ” เอ่ยออกไป ก่อนจะปล่อยให้น้ำสีเข้มไหลลงคอจนหมดแก้วริมฝีปากนุ่มจรดลงขอบแก้วเบาๆ ส่งจุมพิตไปแทนคำพูดความคิดถึงที่มากล้นซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากรอยยิ้มและคำโกหก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ทำไมถึงเป็น เจน ฟอรสเตอร์ ” เปลือกตาบางกระพริบปิดคำถามที่กองเป็นตะกอนในใจมาพักใหญ่ ทำไมเล่าตัวเขาจะไม่รู้ว่ารู้สึกอย่างไรกับเทพสายฟ้า คำสัญญาอ่อนหวานครั้งเยาว์วัยยังคงติดตรึง  คำขอแต่งงานที่พูดโดยไม่คิดดอกไม้สีฟ้าอ่อนช้ำๆและใบหน้ามอมแมมของบุรุษผู้ควงค้อน ริมฝีปากที่มักแสยะยิ้มยกยิ้มเป็นรอยยิ้มเอ็นดูเมื่อนึกถึงความทรงจำวัยเด็กแต่ก็ต้องถูกปัดทิ้งไปเมื่อ โทนี่เดินกลับออกมา น่าแปลกใจที่ยามนี้เขาสังเกตถึงเครื่องประดับที่ประดับเพิ่มบนศีรษะของวิศวกรหนุ่มเขาสีแดงสดบนกลุ่มผมสีเข้ม (น่าแปลกใจกับการละเล่นของมิดการ์เดียนที่จะนิยมชมชอบให้ตนเป็นสัตว์ เช่นโทนี่ ที่สวมเขาเอาไว้บนหัว ) แขนของบุรุษเหล็กควงเข้ากับแขนเรียวของโลกิก่อนเจ้าตัวจะออกแรงกึ่งลากกึ่งจูงเขาลงไปด้านล่าง โทนี่ยังกำชับให้เขาใส่หน้ากากไว้ตลอดทั้งงานด้วยรถคันยาวสีดำสนิทที่โทนี่สอนเขาว่าชื่อของเจ้าสิ่งนี้คือลีมูซีนมาเทียบท่า ชายหนุ่มเปิดประตูให้ซึ่งเทพมุสาไม่อิดออดที่จะขึ้นไปนั่งแต่โดยดีรถเริ่มเคลื่อนตัว โลกิมองไปรอบๆกับแสงสียามคว่ำคืนนิ้วเรียวยกขึ้นมาขบเบาๆลงถุงมือหนังพึมพำภาษาแสนซับซ้อนก่อนแสงสีเขียวจะเริ่มถักทอตัวเป็นรูปร่างเพทายเม็ดงามมาอยู่บนนิ้วเรียกรอยยิ้มจากเทพมุสา จนโทนี่ยื่นหน้าไปถามแต่ซึ่งที่ได้คือรอยยิ้มแสนซน (ที่วิศวกรหนุ่มคิดว่ามันดูเหมือนเทพมุสากำลังมีแผนการบางอย่าง) รถเคลื่อนตัวจนมาถึงยังสถานที่ที่โทนี่บอก ตึกสูงเสียดฟ้าเขายื่นมือไปให้โทนี่ชายหนุ่มกระชับมือของเขาแล้วออกเดินผู้คนมากหน้าหลายตาในชุดราตรีที่หลากหลาย เขาขึ้นมายังชั้นบนสุดแสงสลัวๆความสงบที่หาได้ยากยิ่งจากงานเลี้ยงสังสรรค์แต่เพียงแค่มหาเศรษฐีหนุ่มก้าวเข้าไปเสียงดนตรีก็เริ่มบรรเลงจังหวะสนุกสนานและสาวๆมากหน้าหลายตารุมล้อมโทนี่ที่กำลังเต้นก็ไม่ลืมคนรักของเขาจังหวะเพลงเร็วถูกเปลี่ยนให้ช้า วิศวกรโค้งตัวแก่ฮีโร่คนแรกของอเมริกาจังหวะดนตรีหวานๆ เรียกให้ใบหน้าของ สตีฟ โรเจอร์ขึ้นสีชมพูอย่างน่าเอ็นดูทำนองเพลงดำเนินคนสองคนที่เต้นรำเคียงคู่กัน โลกิเบือนหน้าจากคู่รักแสนหวานชื่อเขาสอดสายตาไปทั่วบริเวณจนพบกับธอร์รอยยิ้มยกขึ้นก่อนจะหายไปในเสี้ยววินาทีเพียงเพราะหญิงสาวในเดรสสีขาวที่เดินมากอดแขนธอร์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ เจน ฟรอสเตอร์ ” โลกิหัวเราะออกมาเบาๆเดรสสีขาวสวยเช่นเดียวกับสีที่เขาใส่ เขาลุกขึ้นเดินตรงไปยังบริกรยกแก้วทรงสูงซิ่งบรรจุแชมเปญเอาไว้ก่อนเดินเข้าไปหาหญิงสาว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ ดูคุณจะไม่ค่อยสนุกเลยเป็นอะไรไปคะ ธอร์ ” เสียงหวานถามเบาๆแต่ก็ไม่ได้เข้าไปถึงชายหนุ่มผมทองเสียเท่าไหร่ เทพสายฟ้ายามนี้สวมชุดที่เรียกว่าสูท มันถูกตัดออกมาอย่างประณีตและพอดีตัวคงต้องขอบคุณสหายของเขา อย่างโทนี่ที่เป็นคนเลือกมาให้ สูทสีดำและเสื้อตัวในสีขาวมันเบาต่างจากเสื้อผ้าของแอสการ์ดที่หนัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ เปล่าหรอก เจน ข้าแค่รู้สึก นะ... ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“  ขออภัย  ” เสียงนุ่มส่งออกไปเบาๆ ดวงตาสีเขียวภายใต้หน้ากากเงยสบกับธอร์ ริมฝีปากยกยิ้มบางก่อนหันหนีนิ้วของเทพมุสาเกาะเกี่ยวนิ้วของเทพนุ่มอ้อยอิ่งก่อนผละจากนั่นร้อนถึง ธอร์ที่รั้งแขนของอีกฝ่ายเอาไว้แต่ที่จับได้กลับมีเพียงธาตุอากาศ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ธอร์ ค่ะ” เจน ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อธอร์ขืนตัวออกจากแขนของหล่อนเมื่อครู่เหมือนเกิดอะไรขึ้นและเทพสายฟ้าชะงักไปทำเอาหล่อนกัดปากอยากขัดใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ ขออภัย เจน ข้าอยากไปตรวจอะไรเสียหน่อย ” เขาบอกก่อนจะผละออกจากหญิงสาวเดินสวนผู้คนมากมายในงานจนไปหยุดกับห้องๆหนึ่ง ประตูที่เปิดอ้าเอาไว้เล็กน้อยชวนสงสัย เขาไม่ลังเลที่จะเข้าไปบรรยากาศเย็นเหยียบแต่กลับอบอุ่น ดวงจันทร์กลมโตประดับบนฝากฟ้าแต่ก็ไม่เท่าร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ตรงระเบียงไม้เท้าในมือของชายหนุ่มแกว่งไปมาก่อนชายที่อยู่ตรงระเบียงจะเงยมองเขา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ มีอะไรให้ช่วยหรือ ท่านพี่ ”  ดวงตาสีเขียวฉายแววจบขันก่อนถอดหน้ากากออกจากใบหน้า ก่อนขยับตัวขึ้นไปนั่งไขว่ห้างบนระเบียง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ โลกิ เจ้า... ไม่ ” เทพสายฟ้าเหมือนจะหาเสียงไม่เจอกับภาพตรงหน้าเขาไม่ลังเลที่จะเดินเข้าไปหาโลกิ เทพมุสาแลดูบอบบางในสีขาวมือหยาบยกขึ้นลูบใบหน้าแสนคิดถึง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“  เจ้าอยู่ที่ใดมา ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ ข้ามิได้อยู่ที่ใด ข้าอาศัยอยู่กับสตาร์ค ” ใบหน้าคมเอียงเข้าหาฝ่ามือหยาบอย่างว่าง่ายรู้สึกพอใจจนส่งเสียงครางเบาในลำคอก่อนเหลือบตาไปที่ประตู รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับบนใบหน้ามือเรียวกระชากเสื้อตัวในรั้งให้ธอร์เข้ามาใกล้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ คิดถึงน้องไหม ” ถามเสียงพร่าไล้ริมฝีปากตามโหนกแก้มเทพหนุ่มช้าๆ กดจูบลงบนผิวเนื้อของอีกฝ่ายที่โผล่พ้นคอเสื้อเรียงเสียงคำรามต่ำในลำคอ มือเรียวขาวปลดกระดุมเสื้อออกช้าๆยกยิ้มเมื่อเพทายคู่สวยจดจ้องที่ผิวเนื้อและก้มลงมาจูบคำบอกรักที่บอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าทำให้เทพมุสาเหลือบตามมองไปยังประตูอีกครั้งนิ้วเรียวใต้ถุงมือหนังยกขึ้นจรดริมฝีปากมอบให้แก่อาคันตุกะที่แอบอยู่หลังประตู

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เจน กำมือแน่นกับภาพตรงหน้า เล็บสวยตัดสั้นจิกลงไปในเนื้อ ธอร์กำลังกอดโลกิ กอดด้วยความรักและความสิเน่หากอดในแบบที่หล่อนต้องการ ยิ่งเสียงครางหวานๆหูและเสียงของธอร์ที่พร่ำบอกรักโลกิยิ่งทำให้หล่อนเจ้บเสียจนแทบแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ขบริมฝีปากจนแตกและเลือดซึมกับประโยคเดียวที่ทำเอาหล่อนอยากจะกรีดร้องออกมาดังๆด้วยความริษยา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“ เขาเป็นของข้า”

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
THE END OR TBC